โฆษณาน่่าสนใจ-ช่วยคลิ๊กให้ด้วยครับ เพราะเจ้าของบล็อกจะได้รับค่าโฆษณาตอบแทนครับ

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ชีวิตใหม่ของ…นกอินทรี

ชีวิตใหม่ของนกอินทรี

คนส่วนใหญ่มักจะรู้อยู่แล้วว่า

นกอินทรี มี สายตาที่คมชัด 
มันสามารถมองเห็นเหยื่อได้อย่างชัดเจนในระยะไกล
นกอินทรี มี จะงอยปากและกรงเล็บ ที่แหลมคมและแข็งแกร่ง 
ซึ่งมันใช้ในการล่าเหยื่อและต่อสู้
นกอินทรี มี ปีกที่ใหญ่และแข็งแรง 
อันจะทำให้มันสามารถบินได้สูง รวดเร็ว และสามารถร่อนบินได้นานและเป็นระยะทางไกล
นกอินทรี มี รูปร่างที่สง่างาม และน่าเกรงขาม 
จนทำให้มันถูกเรียกว่า เจ้าเวหา หรือ ราชาแห่งนก
แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า
นกอินทรี นั้น เป็นนกที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เนื่องจากมันจะมีอายุยืนนานถึง 70 ปี เลยทีเดียว
แต่การที่มันจะกลายเป็นนกที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกได้นั้น มันก็ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรค์ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของมัน เมื่อตอนที่มันอายุ 40 ปี

ทั้งนี้ก็เพราะในช่วงที่มันอายุ 40 ปี นั้น
จะงอยปาก ของมันจะยาวและงุ้มงอมาก จนไม่สามารถใช้ จิกและฉีก เหยื่อหรือสตรูของมันได้เช่นเคย
เช่นเดียวกับ กรงเล็บ ของมัน ที่ก็จะยาวและงุ้มงอจนเกินไป
นอกจากนั้น ขนที่ปีกและลำตัว ของมัน ก็จะยาวและดกหนา จนทำให้หนักและเป็นอุปสรรคต่อการบินของมันด้วยเช่นกัน

ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและแสนยากลำบากนี้ กินเวลาถึง 150 วัน หรือ ประมาณ 5 เดือน เลยทีเดียว

มันเป็นช่วงวิกฤตของชีวิต ที่มันจะต้องเลือก ระหว่างการ “ยอมแพ้” หรือ “สู้ต่อไป”

แน่นอนว่า
ถ้ามันยอมปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเช่นเดิมโดยไม่ทำอะไร
มันก็จะไม่สามารถบินและใช้กรงเล็บกับจะงอยปาก จับเหยื่อมาเป็นอาหารได้
และมันก็ต้องตายไปในที่สุด

แต่ถ้ามันตัดสินใจ “สู้”
มันก็ต้องพบกับความยากลำบากที่แสนสาหัสเช่นกัน

เพราะมันต้องบินขึ้นไปบนภูเขาให้สูงที่สุด
เพื่อชุบชีวิตของมันขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งเพียงลำพัง

และเมื่อมันขึ้นไปอยู่บนหน้าผาหินที่สูงชัน
มันก็จะเริ่มต้นสร้างตัวมันเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยการ

จิกเอา ขนปีกและขนที่ลำตัว อันหนาเตอะของมันออกทิ้งทีละเส้นๆ แน่นอนว่าการทำเช่นนั้น ย่อมจะทำให้มันไม่สามารถจะบินได้อีก จนกว่าขนเส้นใหม่จะยาวขึ้นมาทดแทน

จากนั้นมันก็จะเอา จะงอยปากที่งุ้มงอจนมากเกินไปแล้วของมัน จิกเคาะ กับก้อนหินบนหน้าผานั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่มันต้องเผชิญก็คือ ความเจ็บปวด ทรมาน จากการทำเช่นนั้นนั่นเอง มันจะจิก จิก แล้วก็จิกก้อนหินต่อไป นับพัน นับหมื่นครั้ง  
จนกว่า จะงอยปากที่งุ้มงอของมันนั้น จะหลุดออกมา

จากนั้น มันก็จะใช้ กรงเล็บอันงุ้มงอของมัน ขยุ้มจับ กับก้อนหิน ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกว่ากรงเล็บทั้งหมดของมันจะหลุดออกมาเช่นกัน

แน่นอนว่า กระบวนการทั้งหมดนี้ย่อมต้องใช้เวลาที่ยาวนาน และมันต้องพบกับความเจ็บปวด ทรมาน อย่างแสนสาหัส

และเมื่อช่วงเวลา 150 วัน นี้ผ่านพ้นไป
รางวัลที่มันได้รับก็คือ จะงอยปากและกรงเล็บ ซึ่งงอกออกมาใหม่ ที่แหลมคมและสวยงาม และขนปีกอันใหม่ที่เบาบางและสวยงามวาววับ

ซึ่งมันจะได้ใช้ของขวัญอันล้ำค่าเหล่านี้ นำพา “ชีวิตใหม่” ของมัน ต่อไปอีก 30 ปี  
ชีวิตที่ผ่านการทดสอบครั้งสำคัญ
ชีวิตที่ทรงคุณค่าและสง่างาม
ชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นด้วยตัวของมันเอง
กับการโผบินขึ้นสู่เวหาและท้องฟ้าสีครามอีกครั้งหนึ่ง

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ตอนที่ 1 เปิดหนังสือดอกสร้อยสุภาษิต (2)


เด็กน้อย
ผู้แต่ง: ไม่ทราบ


เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เจ้าจะได้มีวิชา
เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน
จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน
เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย

 
แมวเหมียว
ผู้แต่ง: นายทัด เปรียญ


แมวเอ๋ยแมวเหมียว
รูปร่างปราดเปรียว(1) เป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียว ๆ เดี๋ยวก็มา
เคล้าแข้งเคล้าขา(2) น่าเอ็นดู

รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง
ค่ำ ๆ ซ้ำนั่งระวังหนู
ควรนับว่ามันกตัญญู
พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ

ปราดเปรียว(1) หมายถึง คล่องแคล่ว ว่องไว
เคล้าแข้งเคล้าขา(2) หมายถึง คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ


ตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน
ผู้แต่ง: สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ


ตั้งเอ๋ยตั้งไข่
จะตั้งไยไข่กลมก็ล้มสิ้น
ถึงว่าไข่ล้มจะต้มกิน
ถ้าตกดินเสียก็อดหมดฝีมือ

ตั้งใจเรานี้จะดีกว่า
อุตส่าห์อ่านเขียนเรียนหนังสือ
ทั้งวิชาสารพัดเพียรหัดปรือ(1)
อย่าดึงดื้อตั้งไข่ร่ำไร(2 )เอย ฯ


หัดปรือ(1) หมายถึง ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ
ร่ำไร(2) หมายถึง อ้อยอิ่ง ชักช้าไม่ยอมลงมือทำ


 
นกขมิ้นเหลืองอ่อน
ผู้แต่ง: หลวงพลโยธานุโยค (นก)


ปักเอ๋ยปักษิน(1)
นกขมิ้นเรื่อเรืองเหลืองอ่อน
ถึงเวลาหากินก็บินจร
ครั้นสายัณห์(2) ผันร่อนมานอนรัง

ความเคยคุ้นสกุณา(3) อุตสาหะ
ไม่เลยละพุ่มไม้ที่ใจหวัง
เพราะพากเพียรชอบที่มีกำลัง
เป็นที่ตั้งตนรอดตลอด เอย ฯ
 
ปักษิณ(1) และ สกุณา(3) หมายถึง นก
สายัณห์(2) หมายถึง เวลาเย็น

จิงโจ้โล้สำเภา
ผู้แต่ง: หลวงวิจิตรวาทการ


จิงเอ๋ยจิงโจ้
เล่นโล้(1)ในลำสำเภาใหญè
เพื่อออกแรงออกกำลังโดยตั้งใจ
ที่จะให้เข้มแข็งและอดทน

เรานักเรียนต้องไม่คร้านการกีฬา
เรื่องพลศึกษาต้องฝึกฝน
ให้แข็งแรงถ้วนทั่วทุกตัวตน
เพื่อเป็นคุณแก่ตนและชาติ เอย ฯ

โล้(1) หมายถึง ทำให้เรื่อแล่นไปโดยการโยกพาย

 
ซักส้าวมะนาวโตงเตง
ผู้แต่ง: ไม่ทราบ


ซักเอ๋ยซักส้าว(1)
ผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ
เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ
ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน

ดูประหนึ่งขัดสนจนปัญญา
มีทางหากินได้หลายสถาน
ประหลาดใจเหตุไฉนไม่ทำงาน
ประกอบการอาชีพที่ดี เอย ฯ

ซักส้าว(1) คือ การเล่นชนิดหนึ่งของเด็กโดยการจับแขนดึงกันไปมา ในที่นี้ หมายถึง การแย่งชิง


 
ตุ๊ดตู่อยู่ในรูกระบอก
ผู้แต่ง: สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ


ตุ๊ดเอ๋ยตุ๊ดตู่
ในเรี่ยวในรูช่างอยู่ได้
ขี้เกียจนักหนาระอาใจ
มาเรียกให้กินหมากไม่อยากคบ

ชาติขี้เกียจเบียดเบียนแต่เพื่อนบ้าน
การงานสักนิดก็คิดหลบ
ตื่นเช้าเราจักหมั่นประชันพลบ(1)
ไม่ขอพบขี้เกียจเกลียดนัก เอย ฯ

พลบ(1) หมายถึง เวลาใกล้ค่ำ


เรือเล่นสามเส้นสิบห้าวา
ผู้แต่ง: ทัด เปรียญ


เรือเอ๋ยเรือเล่น
สามเส้นเศษวาไม่น่าล่ม
ฝีพายลงเต็มลำจ้ำตะบม
ไปขวางน้ำคว่ำจมลงกลางวน

ทำขวาง ๆ รี ๆ ไม่ดีหนอ
เที่ยวขัดคอขัดใจไม่เป็นผล
จะก่อเรื่องเคืองข้องหมองกมล
เกิดร้อนรนร้าวฉานรำคาญ เอย ฯ

นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า
ผู้แต่ง: หลวงวิจิตรวาทการ


นกเอ๋ยนกเอี้ยง
คนเข้าใจว่าเจ้าเลี้ยงซึ่งควายเฒ่า
แต่นกเอี้ยงนั้นเลี่ยงทำงานเบา
แม้อาหารก็ไปเอาบนหลังควาย

เปรียบเหมือนคนทำตนเป็นกาฝาก
รู้มากเอาเปรียบคนทั้งหลาย
หนึ่งงานหนักคอยสมัครงานสบาย
จึงน่าอายเพราะเอาเยี่ยงนกเอี้ยง เอย ฯ

นกกิ้งโครงเข้าโพรงนกเอี้ยง
ผู้แต่ง: พระยาพินิจสารา (ทิม)


นกเอ๋ยนกกิ้งโครง
หลงเข้าโพรงนกเอี้ยงเถียงเจ้าของ
อ้อยอี๋เอียงอ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง
เจ้าของเขาว่าหน้าไม่อาย

แต่นกยังรู้ผิดรัง
นักปราชญ์รู้พลั้งไม่แม่นหมาย
แต่ผิดรับผิดพอผ่อนร้าย
ภายหลังจงระวังอย่างพลั้ง เอย ฯ